ชาวพุทธกับความจงรักภักดี
''ชาวพุทธที่ประกอบอาชีพด้วยการขายเหล้าเบียร์, เจ้าของบริษัทผลิตเหล้าเบียร์, เจ้าของสถานบริการอาบอบนวด, สำนักพิมพ์และนายทุนที่ผลิตสื่อลามก อนาจาร, บรรดาเจ้าของหนังสือพิมพ์ต่างๆ & คอลัมนิสต์ที่เขียนสนับสนุนส่งเสริมนู๊ดหรือสื่อลามกอนาจาร, บรรดานักการเมืองหรือข้าราชการที่ทุจริตฉ้อราษฏร์บังหลวงทั้งหลาย ฯลฯ ควรจะตรวจสอบพฤติกรรมตนเองได้แล้วว่าที่ตนเองบอกว่ารักในหลวงและอยากทำเพื่อในหลวงนั้นสักว่าพูดแต่ปากหรือจะปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น? พฤติกรรมพวกท่านที่มอมเมาสังคมไทยด้วยมิจฉาชีวะให้แย่ลงทุกๆวันนั้น ไม่เหมาะสมเลยที่จะอ้างว่ารักในหลวงและอยากทำเพื่อในหลวงเพราะพฤติกรรมพวกคุณกัดกร่อนคุณธรรมในแผ่นดินไทยและทำให้แผ่นดินไทยที่ในหลวงทรงห่วงใยมาตลอดนี้แย่ลงกว่าเดิมไปทุกเมื่อเชื่อวัน หรือว่าพวกคุณดีแต่สนองพระราชดำริด้วยปาก? ''
ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์
เตือนสติพรรคเล็กที่จะเข้าร่วมตั้งรัฐบาล
''ในบ้านเมืองนั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุข เรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีปกครองบ้านเมืองและคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้''
-
พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
-
ในพระราชพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๖ ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชาจังหวัดชลบุรี วันที่ 11 ธันวาคม 2512
______________________________________________________
จรรยาบรรณนักโหราศาสตร์แต่โบราณ
''ข้าพเจ้าได้ถวายสัตย์ปฏิญาณไว้ว่าถ้าข้าพเจ้าค้นคว้าความลี้ลับของวิชาโหราศาสตร์ได้แล้ว ข้าพเจ้าจะขอรู้ไว้เพื่อสงเคราะห์แก่ผู้ต้องการทราบปัจจุบันอนาคตโดยทั่วๆไปเท่านั้น ข้าพเจ้าจะไม่ถือเอาวิชาโหราศาสตร์เป็นหนทางหากิน คณะหอแก้วในพระบรมมหาราชวังมีมารยาทอย่างใด ข้าพเจ้าจะขอปฏิบัติตามนั้นทุกประการ ข้าพเจ้ายังไม่ลืมคำประณามในหน้าต้นของตำรับโหราศาสตร์ซึ่งท่านบันทึกไว้ว่า 1.ผู้ใดศึกษาวิชาโหราศาสตร์ทางคำณวน จะต้องเป็นวัณโรค มิฉะนั้นก็จะพูดพร่ำอย่างคนบ้าน้ำลาย 2.ผู้ใดรับจ้างเขาทำพิธีกรรมทุกประการในวิชาโหราศาสตร์ จะต้องเป็นกระยาจกเข็ญใจ อย่างเที่ยงแท้ที่สุด 3.ผู้ใดรับจ้างเอาเงินทองเขาพยากรณ์ดวงชาตาหรือให้ฤกษ์ยามอย่างใดอย่างหนึ่งก็ตาม โดยรับค่าจ้างเขาเป็นเงินทองตอบแทน ชีวิตจะต้องประสบกับความอัปภาคทุกสถานในไม่ช้าก็เร็ว"
"อายัณโฆษ"
_______________________________________________________
ทีวีในประเทศไทย
" ผมอยากให้ยอมรับกันว่าทีวีเสรีของไทยขณะนี้ ไม่ได้ทำให้ประชาชนฉลาดทางการเมืองขึ้นเลย เพราะลงแต่แนวคิดของฟากรัฐบาล ไม่ได้ลงแนวคิดที่ตรงข้ามมากนัก เช่น ข่าวความเคลื่อนไหวของการชุมนุมของพันธมิตร แม้ว่าวัตถุประสงค์ของการชุมนุมจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองโดยตรง ดีไม่ดี สื่อเสรีเหล่านี้อาจทำให้ประชาชนโง่ลงอีกด้วยซ้ำ เพราะมีแต่เรื่องละครน้ำเน่าและ เกมส์โชว์ไร้สาระ เต็มไปด้วยดารานักร้องที่ได้รับอิทธิพลตะวันตกหรือญี่ปุ่นอย่างไร้วิจารณญาณ นักร้องชายหลายคนเต้นกระแด่วๆ เหมือนฝูงสุนัขถูกน้ำร้อนลวกบนเวที ถ้าเป็นหญิงก็มีแต่งตัวยั่วราคะเหมือนพวกกระหรี่หาแขกเห็นกันประจำไม่เพียงแต่ตามหน้าหนังสือพิมพ์ยังมีตามปกหนังสือดาราบันเทิงทั้งหลายด้วย"
ดร.ปฐมพงษ์ โพธิประสิทธินันท์
_______________________________________________________________________
ความสำคัญของวัฒนธรรมพุทธ
- เหตุใดวัฒนธรรมพุทธจึงสำคัญ? เพราะวัฒนธรรมพุทธถ้ายึดถือปฏิบัติ จะช่วยให้ไปสู่สุคติโลกสวรรค์ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนว่า เอวเมว โข ภิกฺขเว อปฺปกา เต สตฺตา เย มนุสฺสา จุตา มนุสฺเสสุ ปจฺจาชายนฺติ...เทเวสุ ปจฺจาชายนฺติ
เอเตว พหุตรา สตฺตา เย มนุสฺสา จุตา
นิรเย ปจฺจาชายนฺติ, ติรจฺฉานโยนิยา ปจฺจาชายนฺติ, ปิตฺติวิสเย ปจฺจาชายนฺติ' (สํ.มหา.19/3793/586-7) แปลว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่าสัตว์ที่มาเกิดเป็นมนุษย์ ตายจากความเป็นมนุษย์แล้วมาเกิดเป็นมนุษย์หรือไปเกิดเป็นเทวดามีน้อยมาก ส่วนใหญ่นั้นตายไปแล้วจะไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานบ้าง เกิดเป็นสัตว์นรกในนรกโลกบ้าง เกิดเป็นเปรตในเปรตโลกบ้าง'
-
ดังนั้น ถึงแม้ว่าคนร่วมสมัยทุกวันนี้จำนวนมากจะปฏิเสธวัฒนธรรมพุทธ เช่น การประพฤติพรหมจรรย์, หรือดูถูกการรักนวลสงวนตัวซึ่งเป็นวัฒนธรรมไทยที่ได้จากพระพุทธศาสนาอย่างไรก็ช่าง ขอให้ท่านที่เห็นคุณค่าได้ช่วยกันบอกกล่าวลูกหลาน หรือบุตรธิดาของตนเองให้ยึดในวัฒนธรรมพุทธก็พอ เพราะทั้งหญิงทั้งชายที่ไม่รักนวลสงวนตัว มักมากในกามารมณ์, คนมีส่วนในการมอมเมาสังคมด้วยอบายมุข เช่น เจ้าของผับ อาบ อบ นวด, เจ้าของร้านขายสุรายาเมา, คนมีส่วนเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร ฯลฯ อันเร่งให้สังคมเสื่อมจากศีลธรรมมากยิ่งขึ้น คนเหล่านี้ทั้งหมด ล้วนแต่กำลังบ่ายหน้าไปสู่อบายภูมิทั้งสิ้น'
ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์
________________________________________________
นายธนาคาร "หน้าเลือด" ยุคเศรษฐกิจตกต่ำ
-
"เรื่องเศรษฐกิจนี้พูดขึ้นมาทีไร ผมจะรู้สึกเกลียดขี้หน้าพวกบรรดานายธนาคารหน้าเลือดทุกที ผมเรียกบรรดาพวกนี้ว่าไอ้พวกหน้าผี' ครับ เฉพาะกลุ่มบรรดาผู้บริหารธนาคารหรือบริษัทไฟแนนซ์ที่เล็งผลกำไรอย่างหน้าเลือดนั้น ผมว่าน่าจะเป็นพวกบรรดาเปรตมาเกิดครับเพราะความโลภของพวกนี้เกินไปที่มนุษย์ธรรมดาที่มีศีลธรรมจะมีกัน"
(คำถาม-คำตอบธันวาคม 2551)
_______________________________________________